✎...【C◕B◕L】™

posted on 04 Jul 2011 21:31 by liitz-37
                       ภาษาโคบอล
 
(COBOL : Common Business Oriented Language)
เป็นภาษาสำหรับใช้ในงานธุรกิจภาษาแรกของโลก พัฒนาในปี 1962
โดยคณะกรรมการโคดาซิล (The Conference on Data Systems
Languages - CODASYL) มีจุดเด่นคือ สามารถใช้งานแฟ้มข้อมูลได้
หลายแบบ กำหนดโครงสร้างข้อมูลได้สะดวก มีลักษณะการเขียนโปรแกรม
แบบเอกสารอธิบายโปรแกรม ช่วยให้ข้อมูลกับนักพัฒนารุ่นถัดไปได้ง่าย
และสะดวก นิยมใช้สำหรับการแก้ปัญหาทางด้านธุรกิจ เช่น การจัดเก็บ
เรียกใช้ และประมวลผลทางด้านบัญชี ตลอดจนทำงานด้านการ
ควบคุมสินค้าคงคลัง การรับและจ่ายเงิน เป็นต้น
คำสั่งของภาษา COBOL จะคล้ายกับภาษาอังกฤษทำให้สามารถ
อ่านและเขียนโปรแกรมได้ไม่ยากนัก ในยุคแรก ๆ ภาษา COBOL
จะได้รับความนิยมบนเครื่องระดับเมนเฟรม แต่ปัจจุบันนี้จะมีตัว
แปลภาษา COBOL ที่ใช้บนเครื่องไมโครคอมพิวเตอร์ด้วย
รวมทั้งมีภาษา COBOL ที่ได้รับการออกแบบตามแนวทางเชิงวัตถุ
(Object Oriented) เรียกว่า Visual COBOLซึ่งช่วยให้โปรแกรม
สามารถทำได้ง่ายขึ้น และสามารถนำโปรแกรมที่เขียนไว้มาใช้ใน
การพัฒนางานอื่น ๆ อีก
 

จุดเด่นของภาษา

 1. เหมาะกับงานทางธุรกิจ
 2. ภาษาคล้ายคลึงกับภาษาอังกฤษ
 3. มีความเป็นมาตรฐาน
 4. มีโครงสร้างภาษาที่ดี
 5. นำ มาใช้ได้กับเครื่องทุกระดับ
 

ข้อด้อยของภาษา

1. ใช้เวลาในการเขียนมาก
2. มีข้อจำ กัดด้านการคำ นวณ
3. มีภาษาอื่นที่เข้าใจได้ง่ายกว่าบน PC

ขั้นตอนการพัฒนาโปรแกรม ประกอบด้วย 5 ขั้นตอน

 1. การวิเคราะห์ปัญหา (Problem Analysis)
 2. การออกแบบโปรแกรม (Program design)
 3. การเขียนโปรแกรม (Programming)
 4. การทดสอบ และแก้ไขโปรแกรม (Testing & Debugging)
 5. การจัดทำ เอกสาร (Documentation)

การทำ งานตามหลักการโปรแกรมโครงสร้าง (Structured programming)

 1. การทำ งานแบบตามลำ ดับ (Sequence)
 2. การทำ งานแบบมีเงื่อนไข (Selection)
 3. การทำ งานแบบวนซํ้า (Loop)

โครงสร้างโปรแกรมภาษาโคบอล

 1. ไอเด็นทิฟิเคชั่นดิวิชัน (Identification division)
 2. เอ็นไวรอนเมนท์ดิวิชัน (Environment division)
 3. ดาต้าดิวิชัน (Data division)
 4. โพซิเดอร์ดิวิชัน (Procedure division)

การแบ่งพื้นที่(Area) ในภาษาโคบอล

 1. พื้นที่ A(Area A) เริ่มจากหลักที่ 8 ถึงหลักที่ 11
 2. พื้นที่ B(Area B) เริ่มจากหลักที่ 12 ถึงหลักที่ 72

ชื่อ มาตรฐาน และคำ ย่อ

 COBOL (COmmon Business Oriented Language)
 ANSI (American National Standard Institute)
CODASYL (Conference On Data System Language)
 
โปรแกรมภาษาโคบอลมี

4  Division

1. Identification division ทำ หน้าที่ คล้ายบทนำ
ของโปรแกรม ใช้ระบุชื่อโปรแกรม ชื่อผู้เขียน การติดตั้ง
วันที่เขียน วันที่แปล เป็นต้น
2. Environment division ทำหน้าที่ ประกาศชื่อเครื่องที่
เกี่ยวข้อง แฟ้มข้อมูลที่นำ มาใช้อุปกรณ์(Device) เป็นต้น
ในกรณีที่ไม่ใช้แฟ้มข้อมูล ผู้เขียนสามารถละ Division นี้ไว้ได้
3. Data division ทำหน้าที่ กำ หนดตัวแปร(Variable) และ
อธิบายลักษณะข้อมูล หรือเขตข้อมูลที่นำ ไปใช้ประมวลผลใน
procedure division ตัวแปรแต่ละตัวต้องกำ หนดรูปแบบ ขนาด
ระดับของตัวแปร และสามารถกำ หนดค่าเริ่มต้นของตัวแปรได้
4. Procedure division ทำหน้าที่ รวมคำ สั่งควบคุม และสั่งงาน
คอมพิวเตอร์ให้ทำ งานอย่างเป็นขั้นตอนเช่น การใช้คำ สั่งคำนวณ
อ่านแฟ้มข้อมูล เลือกเงื่อนไข หรือการวนซํ้า อยู่ในส่วนนี้ทั้งหมดมักเป็น
Division ที่ยาว และซับซ้อนที่สุดในการเขียนโปรแกรม

 

สัญลักษณ์ที่ใช้ในการกำ หนดรูปแบบของตัวแปร
X(Alphanumeric field) ค่าเป็น ตัวอักษร หรือตัวเลข
9(Numeric field) ค่าเป็น ตัวเลข
A(Alphabetic field) ค่าเป็นตัวอักษรหรือช่องว่าง
V(Assumed decimal point)เก็บจุดทศนิยมที่ตำ แหน่ง V เช่น 9V99 เป็นต้น
S(Operational sign) กำหนดให้เครื่องหมายบวก หรือลบมีผลกับตัวแปร
P(Decimal sealing position) ให้เลื่อนตำแหน่งออกไป
Z(Zero suppression character) เปลี่ยนเลข 0 ซึ่งอยู่หน้าจำ นวนเต็ม
ให้เป็น ช่องว่าง

 

ชนิดของข้อมูล(Type of data) แบ่งเป็น 2 ชนิดคือ
-ข้อมูลผันแปรได้ (Variabledata) ซึ่งเปลี่ยนแปลงค่าได้ และ
-ข้อมูลคงที่(Constant data or Literal data) ซึ่งกำ หนดไว้คงที่
เปลี่ยนแปลงค่าไม่ได้

กฎเกณฑ์การตั้งชื่อตัวแปร หรือคำ (Word name)

1. ความยาวต้องไม่เกิน 30 ตัวอักษร
2. ตัวแรกของชื่อต้องเป็นตัวอักษร ยกเว้นชื่อ Section หรือ Paragraph
ที่เขียนใน Proceduredivision สามารถเป็นตัวเลขล้วน ๆ ได้
3. ตัวอักษรที่นำ มาตั้งชื่อ ได้แก่ A-Z, 0-9 และเครื่องหมาย - (Hyphen)
4. เครื่องหมาย - (Hyphen) จะอยู่หน้าสุด หรือหลังสุดของชื่อไม่ได้
5. คำ แต่ละคำ เมื่อเขียนใกล้กันต้องห่างกันอย่างน้อย 1 ช่องว่าง ถึงแม้
จะใช้เครื่องหมายวรรคตอน(,;.) หลังเครื่องหมายวรรคตอน จะต้องมีช่องว่าง
อย่างน้อย 1 ช่องว่าง
6. ต้องไม่ซํ้ากับคำ สงวน(Reserved words) ที่มีอยู่

 

ตัวอย่าง  : ผ่าน หรือตก

:: รับค่าไปเปรียบเทียบ แล้วพิมพ์ pass หรือ fail

:: accept number and compare to display "pass" or "fail"

 

 

รหัสต้นฉบับ

working-storage section.

01 s   pic 99.

procedure division.

accept s.

if s > 50  display "pass".

if s <= 50 display "fail".

stop run.

 

 

 

ตัวอย่าง : พิมพ์ 1 ถึง 10

:: พิมพ์ 1 ถึง 10 โดยกำหนดค่าเริ่มต้นเป็น 0

:: print 1 to 10 by "perform .. until .." on screen

 

รหัสต้นฉบับ

working-storage section.

77 x   pic 99.

procedure division.

move 0 to x.

perform cal-para until x >= 10.

stop run.

cal-para.

add 1 to x.

display x.

                         

                          ตราสัญลักษณ์อย่างเป็นทางการ
พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔

                              ร่วมเฉลิมฉลองวโรกาสมหามงคลใน

                 “วัฒนธรรมทองแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ 84 พรรษา มหาราชา”

เนื่องในวโรกาสที่ปีนี้เป็นปีมหามงคลแห่งการเฉลิมพระเกียรติพระบูรพ

มหากษัตริยาธิราชแห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ และเฉลิมพระเกียรติ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา

7 รอบ 5 ธันวาคม 2554 


 

และเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในโอกาสที่จะทรง

เจริญพระชนมายุ 80 พรรษา ในวันที่ 12 สิงหาคม 2555 และเฉลิมพระเกียรติ

สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ในโอกาสที่จะทรง

เจริญพระชนมายุ 60 พรรษา ในวันที่ 28 กรกฎาคม 2555
       
             

 การแสดงในครั้งนี้ จะเป็นการเรียงร้อยเรื่องราวประวัติศาสตร์ของกรุรัตนโกสินทร์

 ตั้งแต่การเริ่มก่อร่างสร้างเมือง รวบรวมการเปลี่ยนแปลงในแต่ละยุค แต่ละสมัย

 ที่ส่งผลสะท้อนไปถึงวิถีชีวิตของคนไทยที่มีการเปลี่ยนแปลงไป และยังสะท้อน

ให้ได้เห็นถึงการต่อสู้เพื่อกอบกู้ สร้าง และรักษาความเป็นชาติไทยร่วมกันของ

พระมหากษัตริย์ พระบรมวงศานุวงศ์ และพสกนิกรทุกหมู่เหล่า เพื่อให้สยามยังเป็นไทอยู่ในทุกวันนี้

พระราชประวัติ

 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช เสด็จพระราชสมภพ
 ในราชสกุลมหิดล อันเป็นสายหนึ่งในพระบรมราชจักรีวงศ์ พระราชสมภพ
ณ โรงพยาบาลเมาท์ออเบิร์น เมืองเคมบริดจ์ มลรัฐแมสซาชูเซตส์ สหรัฐอเมริกา
เมื่อวันจันทร์ เดือนอ้าย ขึ้น ๑๒ ค่ำ ปีเถาะ นพศก จุลศักราช ๑๒๘๙
ตรงกับวันที่ ๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๗๐เหตุที่พระราชสมภพในสหรัฐอเมริกา
เนื่องจากพระบรมราชชนกและพระบรมราชชนนี กำลังทรงศึกษาวิชาการอยู่ที่นั่น
 ใกล้สถานที่พระราชสมภพ มีจัตุรัสแห่งหนึ่งซึ่งนายกเทศมนตรีเมืองเคมบริดจ์
 ขอพระราชทานพระนามว่า “จัตุรัสภูมิพลอดุลยเดช” (King Bhumibol Adulyadej Square)
 เพื่อเป็นเกียรติแก่เมืองเคมบริดจ์ และโรงพยาบาลอันเป็นที่พระราชสมภพ
สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ได้เสด็จไป
ทรงรับมอบในพิธีอุทิศจัตุรัสเมื่อวันที่ ๘ เมษายน พ.ศ. ๒๕๓๓ ต่อมา
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จ ไปทรงเปิดผ้าแพรคลุม
ป้ายแผ่นจารึกพระราชประวัติ เมื่อวันที่ ๑๔ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๓๕
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชเป็นพระโอรสองค์ที่ ๓ ใ
นสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลอดุลเดช กรมหลวงสงขลานครินทร์ (สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร
 อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก) และหม่อมสังวาล ตะละภัฎ (ชูกระมล)
(สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี) ทรงมีพระนามขณะนั้นว่า พระวรวงศ์เธอ
พระองค์เจ้าภูมิพลอดุลเดช ทรงมีพระเชษฐภคินีและสมเด็จพระบรมเชษฐาธิราช ๒ พระองค์
 คือ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์
และพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี
ทรงออกพระนามเรียกพระองค์เป็นการลำลองว่า เล็ก
 
 พระนาม ภูมิพลอดุลเดช ได้รับพระราชทานทางโทรเลขจากพระบาทสมเด็จ
พระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ ๑๔ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๗๐ โดยทรงกำกับตัว
สะกดภาษาอังกฤษว่า Bhumibala Aduladeja โดยในระยะแรกสะกดเป็นภาษาไทย
ว่า "ภูมิพลอดุลเดช" ต่อมาทรงเขียนว่า "ภูมิพลอดุลยเดช" ทรงเขียนทั้งสองแบบ
จนมานิยมใช้แบบหลัง ซึ่งมีตัว "ย" สะกด มาจนถึงปัจจุบัน
 
 เมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๑ ได้เสด็จกลับสู่ประเทศไทยพร้อมพระบรมราชชนก ซึ่งทรง
สำเร็จการศึกษาปริญญาแพทยศาสตรบัณฑิตเกียรตินิยม มหาวิทยาลัย
ฮาร์วาร์ด สหรัฐอเมริกา พร้อมด้วยสมเด็จพระบรมราชชนนี สมเด็จพระพี่นางเธอ
และสมเด็จพระเชษฐาธิราช โดยประทับ ณ วังสระปทุม ต่อมาวันที่ ๒๔ กันยายน พ.ศ. ๒๔๗๒
สมเด็จพระบรมราชชนกสวรรคต ขณะที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระชนมายุไม่ถึง ๒ ปี

 การศึกษา

 พ.ศ. ๒๔๗๗ เมื่อเจริญพระชนมายุได้ ๕ ปี เสด็จเข้าศึกษาที่โรงเรียนมาแตร์เดอี
จนถึงเดือนพฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๗๖ จึงเสด็จพระราชดำเนินไปประทับ ณ เมืองโลซาน
ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ พร้อมด้วยพระบรมราชชนนี พระเชษฐภคินี และสมเด็จ
พระบรมเชษฐาธิราช เพื่อการศึกษาและพระพลานามัยของสมเด็จพระบรมเชษฐาธิราช
 จากนั้นทรงเข้าศึกษาต่อชั้นประถมศึกษา ณ โรงเรียนเมียร์มองต์ เมืองโลซาน
ในเดือนกันยายน พ.ศ. ๒๔๗๗ ทรงศึกษาวิชาภาษาฝรั่งเศส ภาษาเยอรมัน
และภาษาอังกฤษ แล้วทรงเข้าชั้นมัธยมศึกษาในโรงเรียนเอกอล นูเวล เดอ ลา ซืออิส โรมองต์
เมืองแชลลี-ซือ-โลซาน
 
พ.ศ. ๒๔๗๗ เมื่อพระองค์เจ้าอานันทมหิดล ผู้เป็นพระบรมเชษฐาธิราช เสด็จขึ้นครองราชย์
เป็นพระมหากษัตริย์รัชกาลที่ ๘ แห่งราชวงศ์จักรี ทรงได้รับการสถาปนาฐานันดรศักดิ์เป็น
 สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าภูมิพลอดุยเดช เมื่อวันที่ ๑๐ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๗๘
เดือนพฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๘๑ ได้โดยเสด็จฯ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล
เสด็จนิวัตประเทศไทย เป็นเวลา ๒ เดือน โดยประทับที่พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน
พระราชวังดุสิต จากนั้นเสด็จกลับไปศึกษาต่อที่สวิตเซอร์แลนด์จนถึงปี พ.ศ. ๒๔๘๘
 ทรงรับประกาศนียบัตรทางอักษรศาสตร์ จากโรงเรียนยิมนาส คลาซีค กังโตนาล
แล้วทรงเข้าศึกษาต่อ ณ มหาวิทยาลัยโลซาน แผนกวิทยาศาสตร์ โดยเสด็จนิวัตประเทศไทย
เป็นครั้งที่สอง ประทับ ณ พระที่นั่งบรมพิมาน ในพระบรมมหาราชวัง

พระราชพิธีราชาภิเษกสมรส
 
เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2493 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช
เสด็จพระราชดำเนินกลับประเทศไทย โปรดเกล้าให้ตั้ง
การพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาท
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล ระหว่างวันที่ 28-30 มีนาคม 2493
และเมื่อวันที่ 28 เมษายน 2493 ทรงประกอบพิธีราชาภิเษกสมรส
กับ หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ กิติยากร ที่วังสระปทุม โดย
สมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวีพระพันวสาอัยยิกาเจ้า พระราชทานหลั่งน้ำพระมหาสังข์
ทรงจดทะเบียนสมรส ตามกฏหมายเช่นเดียวกับประชาชน ได้ทรงสถาปนาหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์
ขึ้นเป็น พระราชินีสิริกิติ์

หลังจากนั้น ได้เสด็จไปประทับพักผ่อน ณ พระราชวังไกลกังวล หัวหิน
และที่นี่เป็นแหล่งเกิดโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริโครงการแรกคือ
 พระราชทาน
 “ ถนนสายห้วยมงคล” ให้แก่ “ ลุงรวย” และชาวบ้านที่มาช่วยกันเข็นรถพระที่นั่งขึ้น
จากหล่มดิน ทั้งนี้เพราะแม้ “ ห้วยมงคล” จะอยู่ห่างอำเภอหัวหินเพียง 20 กิโลเมตร
แต่ไม่มีถนนหนทาง ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนในการดำรงชีวิตมาก ถนนสายห้วยมงคล
นี้จึงเป็นถนนสายสำคัญ ที่นำไปสู่โครงการในพระราชดำริ เพื่อบำบัดทุกข์ บำรุงสุข
แก่พสกนิกรอีกจำนวนมากกว่า 2,000 โครงการในปัจจุบัน
 
 
พระบรมราชาภิเษก
วันที่ 5 พฤษภาคม 2493 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชได้ทรงประกอบพระราชพิธี
บรมราชาภิเษกตามโบราณขัตติยราชประเพณี ณ พระที่นั่งไพศาลทักษิณ ในพระมหาราชวัง
 เฉลิมพระปรมาภิไธยตามจารึกในพระสุพรรณบัฏว่า “ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหา
ภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศร รามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร”
และได้พระราชทานพระปฐมบรมราชโองการเป็นสัจวาจาว่า “ เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม
 เพื่อประโยชน์สุขของมหาชนชาวสยาม”
ในการนี้ ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯสถาปนาเฉลิมพระเกียรติยศ สมเด็จพระราชินีสิริกิติ์
พระอัครมเหสีเป็น สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินี
วันที่ 5 มิถุนายน 2493 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้เสด็จพร้อมด้วย
สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินี ไปยังสวิตเซอร์แลนด์อีกครั้ง เพื่อทรงรักษาพระสุขภาพ
และเสด็จพระราชดำเนินนิวัติพระนคร เมื่อ 2 ธันวาคม 2494 ประทับ ณ พระตำหนัก
จิตรลดารโหฐาน และพระที่นั่งอัมพรสถาน

ทั้งสองพระองค์มีพระราชธิดา และพระราชโอรส 4 พระองค์ดังนี้

1 สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ประสูติ
เมื่อ 4 เมษายน 2494 ณ โรงพยาบาลมองซัวนี่ โลซานน์
2 สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าวชิราลงกรณ์ฯ ประสูติเมื่อ 28 กรกฏคม 2495
ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน ต่อมา ทรงได้รับสถาปนาเป็น สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช
เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณฯ สยามมกุฎราชกุมาร เมื่อ 28 กรกฏคม 2515
3 สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าสิรินธรเทพรัตนสุดา กิติวัฒนาดุลนโสภาคย์
ประสูติเมื่อ 2 เมษายน 2498 ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน ภายหลังทรงได้รับสถาปนาเป็น
 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร รัฐสีมาคุณากรปิยชาติ
สยามบรมราชกุมารี เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2520
4 สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ประสูติ
เมื่อ 4 กรกฏาคม 2500 ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน


ทรงพระผนวช

เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2499 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ได้ทรงพระผนวช ณ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ทรงจำพรรษา
ณ พระตำหนักปั้นหย่า วัดบวรนิเวศวิหาร ปฏิบัติพระศาสนกิจ
เป็นเวลา 15 วัน ระหว่างนี้ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ
 ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจแทนพระองค์ ต่อมาจึงทรงพระกรุณา
โปรดเกล้าฯ สถาปนาเป็น สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ
ในรัชกาลนี้ ได้ทรงพระกรุณาสถาปนาพระอิสริยยศสมเด็จ
พระบรมชนีนาถ ขึ้นเป็น สมเด็จพระมหิตลาธิเบศรอดุลยเดชวิกรมพระบรมราชชนก ทรงสถาปนา
 สมเด็จพระราชชนนี เป็น สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ทรงสถาปนา
 สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา เป็น สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ
เจ้าฟ้ากัลนาณิวัฒนา กรมหลวงนราธวาสราชนครินทร์และทรงประกอบพระราชพิธี
เฉลิมพระปรมาภิไธย สมเด็จพระบรมเชษฐาธิราช พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล
ใหม่ เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2539 เพื่อให้สมพระเกียรติตามโบราณขัตติยราชประเพณี
ทั้งนี้ด้วยพระจริยวัตรอันเปี่ยมด้วยพระกตัญญูกตเวทิตาธรรม อันเป็นที่แซ่ซ้องสรรเสริญ

พระราชกรณียกิจ
ตั้งแต่พุทธศักราช 2502 เป็นต้นมา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
พร้อมด้วย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินี ได้เสด็จพระราช
ดำเนินไปทรงกระฉับสัมพันธไมตรีกับประเทศต่าง ๆ ทั้งในยุโรป
 อเมริกา ออสเตรเลีย และ เอเชีย และได้เสด็จพระราชดำเนินไป
ทรงเยี่ยมราษฎรในภูมิภาคต่างๆ ทุกภาคทรงประจักษ์ในปัญหาของราษฎร
 ในชนบทที่ดำรงชีวิตด้วยความยากจน ลำเค็ญ และด้อยโอกาส
ได้ทรงพระวิริยะอุตสาหะหาทางแก้ปัญหาตลอดมาตราบจนปัจจุบัน

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานโครงการนานัปการมากกว่า
 2,000 โครงการ ทั้งการแพทย์สาธารณสุข การเกษตร การชลประทาน
 การพัฒนาที่ดิน การศึกษา การพระศาสนา การสังคมวัฒนธรรม การคมนาคม
 ตลอดจนการเศรษฐกิจ เพื่อประโยชน์สุขของพสกนิกรในชนบท ทั้งยังทรง
ขจัดปัญหาทุกข์ยากของ ประชาชนในชุมชนเมือง เช่น ทรงแก้ปัญหาการจราจร
 อุทกภัยและปัญหาน้ำเน่าเสีย ในปัจจุบัน ได้ทรงริเริ่มโครงการการช่วย
สงเคราะห์และอนุรักษ์ช้างของไทยอีกด้วย
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงตรากตรำพระวรกายทรงงานอย่าง
มิทรงเหน็ดเหนื่อย แม้ในยามทรงพระประชวร ก็มิได้ทรงหยุดยั้งพระราชดำริ
เพื่อขจัดความทุกข์ผดุงสุขแก่พสกนิกร กลางแดดแผดกล้า พระเสโทหลั่งชุ่ม
พระพักตร์และพระวรกาย หยาดตกต้องผืนปถพี ประดุจน้ำทิพย์มนต์
ชโลมแผ่นดินแล้งร้าง ให้กลับคืนความอุดมสมบูรณ์ นับแต่เสด็จเถลิงถวัลยราชย์
ตราบจนปัจจุบันนานกว่า 53 ปี แล้วแม้ในยามประเทศประสบภาวะเศรษฐกิจ
ตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2539 เป็นต้นมา ก็ได้พระราชทานแนวทางดำรงชีพแบบ
“ เศรษฐกิจพอเพียง” และ “ ทฤษฎีใหม่”ให้ราษฎรได้พึ่งตนเอง
ใช้ผืนแผ่นดินให้เกิดประโยชน์สูงสุด ประกอบอาชีพอยู่กินตามอัตภาพ
ซึ่งราษฎรได้ยึดถือปฏิบัติเป็นผลดีอยู่ในปัจจุบัน


พระอัจฉริยภาพ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานความรัก
อันยิ่งใหญ่แก่อาณาประชาราษฎร์ พระราชภารกิจอันหนัก
เพื่อประโยชน์สุขของอาณาประชาราษฎร์ ปรากฏเป็น
ที่ประจักษ์เทิดทูนพระเกียรติคุณทั้งในหมู่ชาวไทย
และชาวโลก จึงทรงได้รับการสดุดีและการทูลเกล้าฯ
ถวายปริญญากิตติมศักดิ์เป็นจำนวนมาก ทุกสาขาวิชาการ
 ทั้งยังมีพระอัจฉริยภาพด้านดนตรีอย่างสูงส่ง ทรงพระราชนิพนธ์เพลงอันไพเราะ
นับแต่พระเยาว์จนถึงปัจจุบันรวม 47 เพลง ซึ่งนักดนตรีทั้งไทยและต่างประเทศ
นำไปบรรเลงอย่างแพร่หลาย เป็นที่ประจักษ์ในพระอัจฉริยภาพจนสถาบันดนตรี
ในออสเตรเลีย ได้ทูลเกล้าฯถวายสมาชิกภาพกิตติมศักดิ์แด่พระองค์

นอกจากนั้นยังทรงเป็นนักกีฬาชนะเลิศรางวัลเหรียญทอง ในการแข่งขันกีฬาชีเกมส์
ทรงได้รับยกย่องเป็น “ อัครศิลปิน” ของชาตินอกจากทรงพระปรีชาสามารถ
ด้านดนตรีแล้ว ยังทรงสร้างสรรค์งานจิตกรรมและวรรณกรรมอันทรงคุณค่าไว้
เป็นทรัพย์สินทางปัญญาของชาติ เช่น ทรงพระราชนิพนธ์แปลเรื่อง ติโตนายอินทร์
ผู้ปิดทองหลังพระ และพระราชนิพนธ์เรื่อง ชาดก พระมหาชนก พระราชทาน
คติธรรมในการดำรงชีวิตด้วยความวิริยอุตสาหะ อดทนจนพบความสำเร็จแก่พสกนิกรทั้งปวง

edit @ 29 Jun 2011 21:41:31 by Giiz-[L]

▦Mother's Day ~▤

posted on 24 Jun 2011 21:39 by liitz-37

                          วันแม่แห่งชาติ              

                ทุกวันที่ 12 สิงหาคม ของทุกปี
 วันแม่แห่งชาติ หรือที่คนไทยทั่วไปนิยมเรียกกันสั้น ๆ ว่า "วันแม่"
 ทุกคนรับทราบและซาบซึ้งกันดีเนื่องจากวันสำคัญนี้ตรงกับวันเฉลิม
 พระชนมพรรษาของสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถคือวันที่ 12 สิงหาคม
 อันเป็นวันคล้ายวันเสด็จพระราชสมภพและถือว่าเป็นวันแม่ของชาติด้วยแต่เดิมนั้น
 วันแม่ของชาติได้กำหนดเอาไว้วันที่ 15 เมษายนของทุก ๆ ปีทั้งนี้เป็นไปตาม
มติของคณะรัฐมนตรีประกาศรับรอง เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2493ซึ่ง
ได้พิจารณาเห็นว่าการจัดงานวันแม่ของสำนักวัฒนธรรมฝ่ายหญิง สภาวัฒนธรรม
แห่งชาติผู้รับมอบหมายให้จัดงานวันแม่ มาตั้งแต่วันที่ 15 เมษายน พ.ศ.2493
เป็นครั้งแรกเป็นต้นมานั้นได้รับความสำเร็จด้วยดี ด้วยประชาชนให้การสนับสนุน
จนสามารถขยายขอบข่ายของงานให้กว้างขวางมีการจัดพิธีกรรมทางพระพุทธศาสนา
การประกวดคำขวัญวันแม่  การประกวดแม่ของชาติเพื่อให้เกียรติและตระหนัก
ในความสำคัญของแม่และ  เพื่อเพิ่มความสำคัญของวันแม่ด้วยเหตุนี้งานวันแม่
จึงเป็นวันแม่ประจำปีของชาติตามประกาศของรัฐบาลฯพณฯ จอมพล ป.พิบูลสงคราม
แต่โดยทั่วไปเรียกกันว่าวันแม่ของชาติ                           
    ต่อมาถึง พ.ศ.2519 ทางราชการได้เปลี่ยนใหม่ให้ถือเอาวันเสด็จพระราชสมภพ
ของสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ คือ วันที่ 12 สิงหาคม เป็นวันแม่แห่งชาติ
เริ่มในปี พ.ศ.2519เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน วันแม่แห่งชาติ เป็นวันที่ทางราชการกำหนด
ในวันที่ 12 สิงหาคม ของทุกปีและถือว่าเป็นวันสำคัญยิ่งของปวงชนชาวไทย โดยกำหนด
ให้ถือว่า “ดอกมะลิ” สีขาวบริสุทธิ์เป็นสัญลักษณ์ของความดีงามของแม่ผู้ให้กำเนิดแก่เรา
 
กิจกรรมต่าง ๆ ที่ควรปฏิบัติในวันแม่แห่งชาติ
1.ประดับธงชาติตามอาคารบ้านเรือน
2. จัดกิจกรรมต่าง ๆ เกี่ยวกับวันแม่ เช่น การจัดนิทรรศการ
3.จัดกิจกรรมเกี่ยวกับการบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ ทำบุญใส่บาตรอุทิศส่วนกุศล
 เพื่อรำลึกถึงพระคุณของแม่
4.นำพวงมาลัยดอกมะลิไปกราบขอพรจากแม่
 
 
 
      
       คนๆนี้คนที่ทำให้ผมใช้ชีวิตได้อย่างมีค่านั่นคือ แม่  คนๆนี้คอยอยู่เบื้อง
หลังความสำเร็จของผมตลอดเวลา เมื่อเวลาที่ผมมีปัญหาหรือทำเรื่องที่
ผิดพลาดก็ได้แม่มาคอยช่วยปลอบใจ และให้คำปรึกษาแม่ของผมคนนี้ถึงท่าน
จะไม่ได้เป็นคนมียศหรือเป็นคนรวยแต่ท่านก็สามารถเลี้ยงให้ให้เติบโตขึ้นมาได้
ถึงแม้ว่าท่านจะเหนื่อยหรือลำบากเพียงไหนแตาก็ไม่เคยท้อเมื่อได้เห็นผมมีความสุข
     ผมเป็นลูกคนสุดท้อง ซึ่งมีพี่สาวเป็นพี่คนโตอีกหนึ่งคนผมกับพี่ถึงแม้ว่าเราจะ
อายุห่างกันถึง 10 ปี แต่ด้วยความที่เราได้รับความรักจากแม่จึงทำให้เรารักใคร่กันดี
 แต่เมื่อเวลาที่ผมกับพี่ทะเลาะกันก็ได้แม่เป็นคนคอยช่วยเสมอ แม้ว่าพวกเราจะไม่
ค่อยมีเวลาทำกิจกรรมร่วมกันแต่เราก็ยังเป็นครอบครัวที่รักกัน จนถึงวันนี้แม่ผมก็
อายุ 53 ปีแล้วแต่ท่านก็ยังแข็งแรงอยู่เสมอและเนื่องด้วยในวันแม่ปีนี้ ผมอยาก
ให้แม่มีสุขภาพแข็งแรงมีอายุยืนยาว ผมอยากบอกแม่ว่าผมยังคงรักแม่อยู่
เสมอถึงแม้จะไม่ใช่วันแม่ก็ตาม สุดท้ายนี้ผมอยากขอให้แม่ให้อภัยผมใน
ทุกเรื่องที่ผมเคยทำไม่ดีกับท่าน

edit @ 24 Jun 2011 21:50:14 by Giiz-[L]

edit @ 24 Jun 2011 21:55:32 by Giiz-[L]